บาร์เซโลนา บาร์เซโลนา ถอนตัวจากยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก
mammothouterwear.com – บาร์เซโลนา ถอนตัวจากยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก ได้เริ่มกระบวนการ ถอนตัวอย่างเป็นทางการจากโครงการยู (European Super League หรือ ESL) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ เรอัล มาดริด กลายเป็นสโมสรผู้ก่อตั้งเพียงรายเดียวที่ยังคงเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ หลังจากการต่อต้านอย่างหนักจากแฟนบอลและวงการฟุตบอลยุโรปตลอดหลายปีที่ผ่านมา
การถอนตัวของบาร์เซโลนาถือเป็นบทสรุปของหนึ่งในแนวคิดการแข่งขันที่สร้างความขัดแย้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสมัยใหม่
แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของบาร์เซโลนา
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สโมสรบาร์เซโลนาได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า พวกเขาได้ “สื่อสารอย่างเป็นทางการไปยังบริษัท European Super League และสโมสรที่เคยมีส่วนร่วมในโครงการนี้” ถึงความตั้งใจในการถอนตัว
การตัดสินใจที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงท่าที
ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม ปี 2023 โจน ลาปอร์ตา ประธานสโมสรบาร์เซโลนา เคยออกมาแสดงจุดยืนว่ายังคงเชื่อมั่นว่า ลีกยุโรปรูปแบบใหม่ที่สามารถแข่งขันกับพรีเมียร์ลีกอังกฤษจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เปลี่ยนไป รวมถึงแรงกดดันจากแฟนบอลและองค์กรฟุตบอล ทำให้สโมสรตัดสินใจเปลี่ยนท่าทีในที่สุด
ที่มาของยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก
การเปิดตัวที่ล้มเหลวในปี 2021
โครงการยูโรเปียน ซูเปอร์ลีกถูกเปิดตัวครั้งแรกในเดือนเมษายน ปี 2021 โดยมี 12 สโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรปเป็นผู้ก่อตั้ง ในรูปแบบการแข่งขัน 20 ทีมแบบปิด (closed-shop) ซึ่งไม่มีการตกชั้นหรือเลื่อนชั้น
แนวคิดดังกล่าวสร้างกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากแฟนบอล นักเตะ โค้ช รวมถึงองค์กรฟุตบอลทั่วโลก เนื่องจากถูกมองว่าเป็นการทำลายคุณค่าพื้นฐานของฟุตบอล
สโมสรที่ถอนตัวอย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาไม่กี่วันหลังการเปิดตัว สโมสรจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษทั้ง 6 ทีม ได้แก่
-
อาร์เซนอล
-
เชลซี
-
ลิเวอร์พูล
-
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
-
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
-
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์
ต่างประกาศถอนตัวทันที เช่นเดียวกับ แอตเลติโก มาดริด, เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน จากกัลโช เซเรีย อา
เหลือเพียงบาร์เซโลนาและเรอัล มาดริด
หลังการถอนตัวของสโมสรส่วนใหญ่ เหลือเพียง บาร์เซโลนาและเรอัล มาดริด ที่ยังคงเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ โดยในปี 2023 ยูเวนตุส ได้ประกาศถอนตัวอย่างเป็นทางการ ทำให้ทั้งสองทีมจากสเปนกลายเป็นผู้สนับสนุนหลักเพียงไม่กี่ราย
การถอนตัวของบาร์เซโลนาในครั้งนี้ จึงทำให้ เรอัล มาดริดเป็นสโมสรผู้ก่อตั้งเพียงรายเดียวที่ยังคงอยู่
การเปลี่ยนแปลงแนวคิดของ ESL ในช่วงหลัง
แผนใหม่ปี 2023: ลีก 64 ทีม พร้อมระบบเลื่อนชั้นตกชั้น
ในเดือนธันวาคม ปี 2023 บริษัท A22 ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการจากกรุงมาดริดที่ดูแลโครงการ ESL ได้ประกาศแนวคิดใหม่ โดยเสนอการแข่งขันที่มี 64 สโมสร แบ่งออกเป็น 3 ดิวิชัน
ระบบใหม่นี้เปิดโอกาสให้มีการ เลื่อนชั้นและตกชั้น และอนุญาตให้ทีมสูงสุด 20 ทีมสามารถเข้าร่วมได้ในแต่ละฤดูกาลจากผลงานในลีกภายในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดให้ ถ่ายทอดสดฟรีสำหรับแฟนบอล อย่างไรก็ตาม A22 ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกทีม
แผนปี 2024: เปลี่ยนชื่อเป็น “Unify League”
ภายในเดือนธันวาคม ปี 2024 แผนงานของ ESL ได้ถูกปรับเปลี่ยนอีกครั้ง โดยถูกรีแบรนด์เป็น Unify League ในรูปแบบ 4 ระดับ รวม 96 สโมสร
โครงสร้างการแข่งขัน Unify League
-
Star Division: 16 ทีม
-
Gold Division: 16 ทีม
-
Blue Division: 32 ทีม
-
Union Division: 32 ทีม
ทุกทีมจะต้อง ผ่านการคัดเลือกจากผลงานในลีกภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นความพยายามลดแรงต่อต้านจากแนวคิดลีกปิดในอดีต
ความขัดแย้งกับ UEFA
ในเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา บริษัท A22 ได้ส่งหนังสือถึง UEFA เพื่อเรียกร้องให้มีการ อนุมัติล่วงหน้า (pre-authorisation) สำหรับโครงการ Unify League ภายในระยะเวลาแปดสัปดาห์
หากเกิดขึ้นจริง การแข่งขันนี้จะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, ยูโรปาลีก และคอนเฟอเรนซ์ลีก แทนที่จะท้าทายลีกภายในประเทศ
บทสรุป: จุดจบของความฝันซูเปอร์ลีก?
การถอนตัวของบาร์เซโลนาถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณชัดเจนว่า แนวคิดยูโรเปียน ซูเปอร์ลีกยังคงเผชิญกับอุปสรรคมหาศาล ทั้งในด้านความชอบธรรม การสนับสนุนจากแฟนบอล และการยอมรับจากองค์กรฟุตบอลหลักของยุโรป
แม้โครงการจะพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบและแนวคิดหลายครั้ง แต่การขาดการสนับสนุนจากสโมสรชั้นนำอย่างบาร์เซโลนา อาจทำให้อนาคตของ ESL หรือ Unify League ยิ่งเลือนรางมากขึ้นในเวทีฟุตบอลยุโรป