แมทธิว สแตฟฟอร์ด พาแรมส์เข้ารอบดิวิชัน NFC 34-31 ทะยานสู่รอบดิวิชัน
mammothouterwear.com – แมทธิว สแตฟฟอร์ด พาแรมส์เข้ารอบดิวิชัน NFC หลังเอาชนะ Carolina Panthers ไปแบบสุดระทึก 34-31 ในเกมเพลย์ออฟเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมี เป็นฮีโร่พาทีมขับเคลื่อนเกมรุกในนาทีสุดท้าย ก่อนปิดบัญชีด้วยทัชดาวน์งาม ๆ ในช่วง 38 วินาทีสุดท้ายของเกม
เกมสุดดราม่าถึงวินาทีท้าย
แพนเธอร์สคุมเกมได้ช่วงปลายครึ่งหลังและขึ้นนำ 31-27 โดยเหลือเวลาไม่ถึง 3 นาที ทำให้แฟนบอลคาดหวังว่าอาจเป็นชัยชนะเพลย์ออฟครั้งแรกในรอบ 10 ปีของทีม แต่สแตฟฟอร์ดยังไม่ยอมแพ้
ควอเตอร์แบ็ควัย 37 ปีเดินเกมบุก 7 เพลย์ ระยะรวม 71 หลา ก่อนจะโยนทัชดาวน์ระยะ 19 หลาสุดสวยให้ โคลบี พาร์กินสัน (Colby Parkinson) ส่งแรมส์ขึ้นนำ 34-31 แล้วเกมรับของแรมส์ปิดงาน ทำให้แพนเธอร์สต้องจบฤดูกาลแบบขื่นขม
สแตฟฟอร์ดจบเกมด้วยสถิติ 24/42 พาส, 304 หลา, 3 ทัชดาวน์ และ 1 อินเตอร์เซปต์
เกมรุกแรมส์คมกริบ – นาคัวโชว์ของ
ช่วงต้นเกม แรมส์ได้โมเมนตัมจากเกมรับ ก่อนที่สแตฟฟอร์ดจะขับเคลื่อนเกมรุกไปหาจุดแข็งอย่าง พูคา นาคัว (Puka Nacua) ปีกนอกตัวเก่งที่เพิ่งมีฤดูกาลสุดยอดใน NFL
เกมนี้นาคัวทำผลงานโดดเด่น:
-
รับบอล 10 ครั้ง
-
ระยะรวม 111 หลา
-
ทำ 2 ทัชดาวน์ในช่วงครึ่งแรก
นาคัวกลายเป็นอาวุธสำคัญที่แพนเธอร์สรับมือได้ยาก ช่วยให้แรมส์นำก่อนถึง 14-0
แพนเธอร์สสู้สุดใจ ก่อนถูกแรมส์แซงคืน
แม้จะตามหลัง แต่แพนเธอร์สไม่ยอมง่าย ๆ และกลับมาสู่เกมด้วยผลงานของ:
-
ชูบา ฮับบาร์ด (Chuba Hubbard) ที่ทำ 2 ทัชดาวน์
-
ไบรซ์ ยัง (Bryce Young) ควอเตอร์แบ็คดาวรุ่งที่วิ่งทำทัชดาวน์เองและโยนสกอร์สำคัญให้ เจเลน โคเกอร์ (Jalen Coker)
โคเกอร์ปีกนอก ดีกรี undrafted กลายเป็นเซอร์ไพรส์ของเกมด้วยสถิติ:
-
รับบอล 9 ครั้ง
-
134 หลา
-
1 ทัชดาวน์
และเป็นผู้ทำให้แพนเธอร์สนำก่อน 31-27 ก่อนเจอแรมส์แซงในช่วงท้ายเกม
สแตฟฟอร์ดยังเป็นสแตฟฟอร์ด – ผิดบ้างแต่คัมแบ็กเสมอ
สถิติและความเก๋าในสถานการณ์กดดัน
ก่อนเกมเพียงไม่กี่ชั่วโมง สแตฟฟอร์ดเพิ่งถูกเลือกติด First-Team All-Pro ครั้งแรกในชีวิต ที่ยาวนานกว่า 17 ปีในลีก
เกมนี้เขาเหมือนย้อนเวลา:
-
เปิดเกมร้อนแรง (8/8 คอมพลีต)
-
มีช่วงแผ่วกลางเกม
-
แต่กลับมา “คม” ในไตรมาสที่ 4
ข้อมูลที่น่าสนใจ:
-
นี่คือ การคัมแบ็กไตรมาสที่ 4 ครั้งที่ 42
-
และเป็น เกมชนะช่วงท้ายครั้งที่ 54 ในอาชีพของเขา
นี่คือภาพของสแตฟฟอร์ดในแบบที่แฟน NFL คุ้นเคย:
พลาดได้ แต่เมื่อทีมต้องการ เขาพร้อมส่งมอบ
แพนเธอร์สพลาดเพราะปัญหาเกมรับช่วงสำคัญ
การขาด Jaycee Horn ทำให้เกมรับเปราะ
ในจังหวะไดรฟ์สุดท้าย แพนเธอร์สขาด เจย์ซี ฮอร์น (Jaycee Horn) คอร์เนอร์แบ็คระดับโปรโบวล์ ซึ่งเข้าเต็นท์แพทย์เพื่อตรวจคอนคัสชัน ทำให้แพนเธอร์สต้องเล่นคัฟเวอร์แบบ “Soft Coverage” เพื่อลดความเสี่ยงบอลยาว
การตัดสินใจนี้ทำให้สแตฟฟอร์ดค่อย ๆ พาทีมบุกสู่เรดโซน ก่อนปิดงานด้วยทัชดาวน์
แพนเธอร์สเป็นรองถึง 10 แต้มก่อนเกม แต่สู้จนเกมสูสี ถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชมแม้จะแพ้

ทีมพิเศษของแรมส์ยังเป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้
แม้จะชนะ แต่แรมส์ยังมีปัญหา:
-
ปันต์โดนบล็อกในช่วงท้าย
-
ฟาวล์ไม่จำเป็น
-
การคืนบอลที่ขาดความมั่นใจ
ก่อนหน้านี้ แรมส์ถึงขั้นปลดโค้ชทีมพิเศษทิ้งในสัปดาห์ที่ 16 เพราะเกมทีมพิเศษทำทีมเสียหายหลายครั้ง
หากยังไม่แก้ไข รอบต่อไปอาจโดนลงโทษหนักกว่าเดิม
สรุป – แรมส์ผ่านฉลุย, แพนเธอร์สสู้ได้ใจ
แรมส์จบเกมด้วยชัยชนะสุดดราม่า พร้อมตีตั๋วเข้าสู่ รอบดิวิชัน NFC
ขณะที่แพนเธอร์สแม้แพ้ แต่ผลงานของดาวรุ่งหลายคน โดยเฉพาะ ไบรซ์ ยัง และ เจเลน โคเกอร์ ทำให้แฟนบอลมีความหวังสำหรับอนาคต
บทสรุปเชิงกีฬา
-
ฮีโร่เกม: Matthew Stafford
-
ดาวรุ่งแจ้งเกิด: Jalen Coker
-
ปัญหาที่ต้องแก้: ทีมพิเศษของ Rams
-
สถิติเด่น: สแตฟฟอร์ดคัมแบ็กครั้งที่ 42 ในไตรมาส 4
แรมส์จะรอคู่แข่งรอบต่อไปหลังเกมเพลย์ออฟสัปดาห์นี้สิ้นสุดลง