“ความสามารถในการต่อสู้คือกุญแจสำคัญของเปโดร” : KTM วิเคราะห์ฤดูกาล เปโดร อคอสตา MotoGP แบบเอ็กซ์คลูซีฟ
mammothouterwear.com – เปโดร อคอสตา MotoGP นักบิดดาวรุ่งของทีมโรงงาน KTM พลิกสถานการณ์จากการเริ่มต้นฤดูกาลที่ยากลำบาก กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงครึ่งหลังของศึก MotoGP 2025 ด้วยการขึ้นโพเดียมถึง 12 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ก้าวกระโดด แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถคว้าชัยชนะสนามแรกในรุ่นใหญ่ได้ก็ตาม
อดีตแชมป์โลก Moto3 และ Moto2 ยังคงต้องรอชัยชนะครั้งแรกในพรีเมียร์คลาสต่อไป โดยครึ่งหนึ่งของโพเดียมที่เขาทำได้เป็นอันดับสอง อย่างไรก็ตาม ทีมงาน KTM มองว่าอคอสตากำลังเข้าใกล้คำว่า “พร้อมคว้าชัย” มากขึ้นทุกที
ผลงานเด่นในช่วงครึ่งหลังฤดูกาล
เรซที่สร้างความประทับใจให้ทีม KTM
พอล เทรวาธาน หัวหน้าช่างของทีม KTM โรงงาน ได้เปิดเผยถึงเรซที่โดดเด่นที่สุดของอคอสตาในฤดูกาลนี้
เขากล่าวว่า เรซที่เซปังเป็นหนึ่งในเรซที่ทำให้เขาภูมิใจมากที่สุด เนื่องจากอคอสตาสามารถบริหารจัดการยางได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีเสียงวิจารณ์ว่าเขาใช้ยางหนักเกินไป
เทรวาธานอธิบายว่า วิธีที่อคอสตาควบคุมสถานการณ์ในเรซนั้นแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ในเชิงแท็กติก และพิสูจน์ว่าเขาสามารถปรับสไตล์การขี่ให้เหมาะสมกับการแข่งขันระดับสูงได้
ฟอร์มที่ดีที่สุด: สปรินต์เรซที่ปอร์ติมาว
หากพูดถึงผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด เทรวาธานชี้ไปที่ สปรินต์เรซที่ปอร์ติมาว ซึ่งอคอสตาสามารถต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนจบเรซได้อย่างดุเดือด
หลังจากการต่อสู้ยาวตลอดเรซ อคอสตาเข้าเส้นชัยคั่นกลางระหว่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ และ มาร์โก เบซเซคคี โดยแพ้ผู้ชนะเพียง 0.120 วินาทีเท่านั้น
ผลงานในสปรินต์เรซครั้งนั้นทำให้หลายฝ่ายเริ่มเชื่อว่า อคอสตามีศักยภาพพอที่จะท้าทายชัยชนะในกรังด์ปรีซ์ แต่ในเรซหลักวันอาทิตย์ เบซเซคคีและทีม Aprilia ยกระดับฟอร์มขึ้นมา ขณะที่อคอสตายังต้องจบอันดับสามตามหลังมาร์เกซ
ความผิดหวังและแรงผลักดัน
โพเดียมที่ไม่ทำให้พอใจ
แม้จะได้ขึ้นโพเดียม แต่ทีม KTM ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะอคอสตามีความกระหายที่จะต่อสู้เพื่อชัยชนะ
เทรวาธานกล่าวว่า อคอสตาไม่ใช่นักบิดที่พอใจกับอันดับสองหรือสามง่ายๆ เขาต้องการลุ้นชัยชนะ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ทีมเชื่อว่าเขามีจิตวิญญาณของแชมป์อย่างแท้จริง
แม้หลายคนจะคาดไม่ถึงว่า หลังผ่านไปสองฤดูกาลในรุ่น MotoGP อคอสตายังไม่มีชัยชนะ แต่หากสโลแกนของ KTM คือ “Ready to Race” อคอสตาก็กำลังก้าวไปสู่สถานะ “Ready to Win” อย่างชัดเจน
พัฒนาการด้านความสม่ำเสมอและแท็กติก
การทำงานตลอดทั้งสุดสัปดาห์
เทรวาธานยืนยันว่า อคอสตาในปัจจุบันมีความครบเครื่องมากขึ้น ทั้งในด้านการเตรียมตัวและการวางแผนตลอดทั้งสุดสัปดาห์การแข่งขัน
ในระดับ MotoGP วันศุกร์หรือ FP1 มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นพื้นฐานสำหรับการตั้งค่ารถและกลยุทธ์ตลอดสุดสัปดาห์ ซึ่งอคอสตาเริ่มเข้าใจจุดนี้มากขึ้น
เขาสามารถนำข้อมูลจากแต่ละช่วงซ้อมมาประยุกต์ใช้ได้ดีขึ้น และเข้าใจการเตรียมตัวสำหรับแต่ละสนามได้อย่างลึกซึ้งกว่าเดิม

จากพรสวรรค์ล้วน สู่ความเสี่ยงที่คำนวณได้
ในช่วงแรกของอาชีพ MotoGP อคอสตาอาศัยพรสวรรค์และความกล้าเป็นหลัก แต่ปัจจุบันเขาเริ่มเปลี่ยนมาใช้แนวคิดเรื่อง “ความเสี่ยงที่คำนวณได้”
เขาเริ่มรู้ว่าจุดไหนควรดันเต็มที่ และจุดไหนควรรักษาจังหวะ รวมถึงเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองในแต่ละสนามได้ชัดเจน
ความก้าวหน้าในการควอลิฟาย
จากปัญหา สู่ความสม่ำเสมอ
ในช่วงต้นฤดูกาล อคอสตามักมีปัญหาในการรวมเซกเตอร์ที่ดีที่สุดไว้ในรอบเดียว ทำให้ต้องออกสตาร์ตจากกริดอันดับ 12 หรือต่ำกว่านั้นถึง 4 สนามติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม ใน 6 สนามหลังสุด เขาสามารถควอลิฟายอยู่ในสองแถวหน้าได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนถึงพัฒนาการด้านความนิ่งและความเข้าใจในรถแข่ง
เทรวาธานอธิบายว่า ความแตกต่างระหว่างเวลาที่ดีที่สุดกับเวลาที่สมบูรณ์แบบของอคอสตาลดลงอย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการประกอบรอบให้สมบูรณ์
เป้าหมายต่อไปของเปโดร อคอสตา
อันดับโลกและความหวังในอนาคต
ผลงานในช่วงครึ่งหลังฤดูกาลส่งให้อคอสตาจบอันดับ 4 ในตารางแชมป์โลก MotoGP ซึ่งถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักบิดวัยรุ่นในทีมโรงงาน
KTM เตรียมเปิดตัวลวดลายรถแข่ง MotoGP ปี 2026 ในวันที่ 27 มกราคม ก่อนที่อคอสตาและเพื่อนร่วมทีม RC16 จะลงทดสอบที่สนามเซปังในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์
บทสรุป: อคอสตาใกล้คำว่าผู้ชนะมากขึ้นทุกวัน
แม้เปโดร อคอสตาจะยังไม่สามารถคว้าชัยชนะใน MotoGP ได้ แต่ผลงานโดยรวมแสดงให้เห็นว่าเขากำลังเข้าใกล้จุดนั้นอย่างรวดเร็ว
จากนักบิดที่พึ่งพาพรสวรรค์ล้วนๆ เขากำลังพัฒนาเป็นนักแข่งที่มีทั้งความเร็ว ความคิด และการบริหารความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป ชัยชนะสนามแรกในพรีเมียร์คลาสของเขาอาจไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
และเมื่อถึงวันนั้น ชื่อของเปโดร อคอสตา อาจกลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งแชมป์โลก MotoGP ในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน