Ruben Amorim ถูกปลดจากตำแหน่งผู้จัดการทีม Manchester United
mammothouterwear.com – Manchester United ตัดสินใจปลด Ruben Amorim ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการ หลังช่วงเวลาการคุมทีมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและผลงานที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยสโมสรยืนยันข่าวดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
การปลด Amorim ถือเป็นอีกหนึ่งบทสะท้อนถึงความไม่มั่นคงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคหลัง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และตอกย้ำว่าการกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ยังคงเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับ “ปีศาจแดง”
การตัดสินใจของสโมสร Manchester United
แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสโมสร

ในแถลงการณ์ของสโมสร Manchester United ระบุว่า ผู้บริหารตัดสินใจ “อย่างไม่เต็มใจ” แต่เชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนแปลง เพื่อเปิดโอกาสให้ทีมมีลุ้นจบฤดูกาลพรีเมียร์ลีกในอันดับที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
สโมสรยังกล่าวขอบคุณ Ruben Amorim สำหรับผลงานและความทุ่มเทตลอดช่วงเวลาที่ทำงานร่วมกัน พร้อมอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพต่อไป
สถานการณ์ล่าสุดของทีมในพรีเมียร์ลีก
ปัจจุบัน Manchester United รั้งอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก หลังทำได้เพียงเสมอกับ Leeds United แบบไร้สีสันในเกมล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผลงานดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อ Amorim จนสุดท้ายสโมสรเลือกเดินหน้าเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้จัดการทีม
Ruben Amorim กับภารกิจสร้างทีมที่ไม่สมบูรณ์
เข้ารับตำแหน่งท่ามกลางความคาดหวังสูง
Ruben Amorim เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีม Manchester United เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 หลังจากการปลด Erik ten Hag โดยได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในการฟื้นฟูทีมที่ขาดทิศทางและความมั่นใจ
เขาสัญญาว่าจะนำปรัชญาการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ของตนมาสู่ทีม ซึ่งในช่วงแรกแฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองว่า United ต้องการแนวคิดใหม่เพื่อหลุดพ้นจากความซบเซา
ความไม่สม่ำเสมอและคำเตือนตั้งแต่เริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม ผลงานในช่วงแรกเป็นไปอย่างเชื่องช้า Amorim เคยออกมายอมรับกับแฟนบอลว่าทีมอาจต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากก่อนที่ทุกอย่างจะดีขึ้น คำกล่าวดังกล่าวกลายเป็นความจริง เมื่อ Manchester United ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังตลอดระยะเวลา 14 เดือนที่เขาคุมทีม
ฤดูกาลที่น่าผิดหวังและสถิติที่ไม่น่าจดจำ
อันดับลีกต่ำและความพ่ายแพ้ในยุโรป
ฤดูกาลที่ผ่านมา Manchester United จบอันดับ 15 ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลงานที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรยุคพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ ยังพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ Europa League ให้กับ Tottenham Hotspur ทำให้ความอดทนของแฟนบอลและผู้บริหารเริ่มลดลงอย่างชัดเจน
สถิติเลวร้ายที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีก
ตามข้อมูลจาก Opta, Ruben Amorim จบการคุมทีมด้วยสถิติที่ไม่น่าประทับใจ โดยมีอัตราชนะเพียง 32% ซึ่งเป็นอัตราชนะต่ำที่สุดของผู้จัดการทีม Manchester United ในยุคพรีเมียร์ลีก อีกทั้งยังเสียประตูเฉลี่ย 1.53 ประตูต่อเกม ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเช่นกัน

ความตึงเครียดหลังฉากในถิ่น Old Trafford
คำพูดสุดท้ายที่สะท้อนปัญหาภายใน
ก่อนถูกปลดเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง Amorim ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าว โดยแสดงความไม่พอใจต่อการแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร เขาย้ำชัดว่าตนต้องการเป็น “ผู้จัดการทีม” ไม่ใช่แค่ “โค้ช” และระบุว่าข้อตกลงของเขาคือการทำหน้าที่เต็มรูปแบบเป็นเวลา 18 เดือน
คำพูดดังกล่าวสะท้อนถึงความตึงเครียดภายในสโมสร และกลายเป็นสัญญาณชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Amorim กับฝ่ายบริหารได้ถึงจุดแตกหักแล้ว
การสนับสนุนที่ไม่อาจประคองต่อไป
แม้ก่อนหน้านี้ Jim Ratcliffe เจ้าของสโมสรส่วนน้อยของ Manchester United จะเคยออกมาสนับสนุน Amorim ต่อสาธารณะ และระบุว่าเขาควรได้รับเวลาอย่างน้อย 3 ปี แต่สถานการณ์โดยรวมทำให้สโมสรไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้
อนาคตของ Manchester United หลังปลด Amorim
Darren Fletcher รับหน้าที่ชั่วคราว
หลังการปลด Ruben Amorim สโมสรแต่งตั้ง Darren Fletcher อดีตนักเตะและโค้ชอะคาเดมี ขึ้นทำหน้าที่ผู้จัดการทีมชั่วคราว โดยจะเริ่มคุมทีมในเกมถัดไปพบกับ Burnley ในวันพุธนี้
ปัญหาผู้เล่นและภารกิจระยะยาว
สถานการณ์ของทีมในเวลานี้ยังไม่สู้ดีนัก เนื่องจากมีผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บหลายราย และนักเตะบางส่วนติดภารกิจรับใช้ทีมชาติในศึก Africa Cup of Nations
นอกจากนี้ Manchester United ยังไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ยาวนานถึง 13 ปี นับตั้งแต่ฤดูกาลสุดท้ายของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่สโมสรยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างแท้จริง
บทสรุป: การเปลี่ยนแปลงที่สะท้อนวิกฤตของปีศาจแดง
การปลด Ruben Amorim คืออีกหนึ่งบทในเรื่องราวความผันผวนของ Manchester United ในยุคหลังความรุ่งเรือง การเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกครั้งอาจเป็นโอกาสใหม่ แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่สโมสรต้องเผชิญ
คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ว่า ใครจะเป็นคนที่พา Manchester United กลับสู่จุดสูงสุดได้อีกครั้ง และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟู หรือเพียงแค่การวนซ้ำของปัญหาเดิม ๆ ในถิ่น Old Trafford