Posted in

คาซามิโร่ อำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบฤดูกาล

คาซามิโร่ กองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมอำลาทีมหลังจบฤดูกาล 2025
คาซามิโร่ เตรียมปิดฉากเส้นทางกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังสัญญาสิ้นสุดลงในช่วงซัมเมอร์นี้

คาซามิโร่ อำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบฤดูกาลนี้

mammothouterwear.com – คาซามิโร่ อำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า กองกลางทีมชาติบราซิล จะสโมสรเมื่อสัญญาของเขาสิ้นสุดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังรับใช้ทีมมาเป็นเวลาเกือบ 3 ฤดูกาลเต็ม

กองกลางวัย 33 ปี ย้ายจากเรอัล มาดริด มาร่วมทัพ “ปีศาจแดง” เมื่อปี 2022 ด้วยค่าตัวสูงถึง 70 ล้านปอนด์ และลงสนามไปแล้ว 146 นัดในทุกรายการ กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านของสโมสร

เส้นทางของคาซามิโร่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ฤดูกาลแรกที่น่าประทับใจ

คาซามิโร่เปิดตัวกับแมนฯ ยูไนเต็ด ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในฤดูกาลแรก (2022/23) ที่เขามีส่วนสำคัญพาทีมจบอันดับ 3 พรีเมียร์ลีก และคว้าแชมป์คาราบาว คัพ ได้สำเร็จ

หนึ่งในโมเมนต์ที่แฟนบอลจดจำได้ดีที่สุด คือ ประตูเปิดหัวในนัดชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ ปี 2023 ที่แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ถือเป็นโทรฟี่แรกของสโมสรในยุคใหม่

ฟอร์มตกและคำวิจารณ์จากผู้บริหาร

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลถัดมา ฟอร์มของกองกลางชาวบราซิลเริ่มตกลงอย่างเห็นได้ชัด ความเร็วและความดุดันในแดนกลางลดลง จนถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่ากับค่าเหนื่อยมหาศาล

เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมคนใหม่ของสโมสร เคยให้สัมภาษณ์กับ BBC Sport ว่า นักเตะบางรายของทีม “ไม่ดีพอ” และ “รับค่าเหนื่อยเกินความเหมาะสม” ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการพาดพิงถึงคาซามิโร่โดยตรง

คำพูดจากใจของคาซามิโร่

แม้จะมีข่าวการอำลาทีม แต่คาซามิโร่ยืนยันถึงความผูกพันที่เขามีกับสโมสร โดยกล่าวว่า:

“ผมจะพกพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ติดตัวไปตลอดชีวิต
ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาบอกลา เรายังมีอีกหลายความทรงจำที่ต้องสร้างร่วมกันในอีก 4 เดือนข้างหน้า
ผมยังคงมุ่งมั่นเต็มที่เพื่อช่วยสโมสรประสบความสำเร็จ”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ และความตั้งใจที่จะปิดฉากเส้นทางกับยูไนเต็ดอย่างสมศักดิ์ศรี

วิเคราะห์: ทำไมการปล่อยคาซามิโร่จึงสำคัญต่อแมนฯ ยูไนเต็ด

ค่าเหนื่อยมหาศาลกับนโยบายลดต้นทุน

คาซามิโร่รับค่าเหนื่อยสูงถึง 375,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดคนหนึ่งในทีม แหล่งข่าวใกล้ชิดสโมสรระบุว่า การตัดสินใจไม่ใช้ออปชันขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปี ถูกตัดสินใจไว้ล่วงหน้านานแล้ว เพื่อสอดคล้องกับนโยบายลดค่าใช้จ่ายของฝ่ายบริหารใหม่

การย้ายทีมที่เกิดจากความจำเป็น

ย้อนกลับไปในปี 2022 แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดเป้าหมายหลักในแดนกลางอย่าง แฟรงกี้ เดอ ยอง และ เดแคลน ไรซ์ หลังเปิดฤดูกาลด้วยความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตัน และเบรนท์ฟอร์ด (4-0) เอริก เทน ฮาก จึงผลักดันให้สโมสรคว้าตัวคาซามิโร่มาเสริมประสบการณ์ในทันที

ในช่วงแรก การตัดสินใจนี้ถือว่าคุ้มค่า แต่ในระยะยาว ค่าใช้จ่ายกลับกลายเป็นภาระ

การกลับมาพิสูจน์ตัวเองในช่วงท้าย

แม้จะเคยถูกลดบทบาท จนถึงขั้นถูกมองว่าหลุดจากแผนการทำทีมของโค้ช รูเบน อโมริม แต่คาซามิโร่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น เขาค่อย ๆ เรียกฟอร์มเก่งกลับมา และกลายเป็นตัวหลักในช่วงท้ายฤดูกาล

เขาลงเล่นครบทุกนัดในรอบน็อกเอาต์ยูโรปาลีก และเป็นตัวจริงถึง 19 จาก 20 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ (พลาดเพียงจากโทษแบน)

อนาคตหลังอำลาถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

การประกาศล่วงหน้าทำให้คาซามิโร่สามารถเจรจากับสโมสรใหม่ได้ทันที คาดว่าเขาจะยังคงมีชื่ออยู่ในทีมชาติบราซิลสำหรับฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์นี้

ขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อเดินหน้าเสริมทัพ โดยมีชื่อของ เอลเลียต แอนเดอร์สัน, คาร์ลอส บาเลบา และ อดัม วอร์ตัน เป็นเป้าหมายหลักในแดนกลาง

บทสรุป

การอำลาของคาซามิโร่ คือจุดเปลี่ยนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งในแง่การเงินและโครงสร้างทีม แม้เส้นทางจะมีทั้งช่วงรุ่งและช่วงตกต่ำ แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ฝากความทรงจำไว้กับแฟนบอล “ปีศาจแดง” อย่างแท้จริง

BBC

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *