Posted in

แท็กติกชาบี อลอนโซ เรอัลมาดริด ทำไมของ ชาบี ถึงล้มเหลวกับ ?

ภาพสนามซานติอาโก้ เบร์นาเบวของเรอัลมาดริด
เรอัลมาดริดประกาศแยกทางกับชาบี อลอนโซ และแต่งตั้งอัลบาโร อาร์เบลัวเข้ารับตำแหน่งแทน

แท็กติกชาบี อลอนโซ เรอัลมาดริด ทำไมของชาบี อลอนโซ่ถึงไม่เวิร์กกับเรอัลมาดริด?

mammothouterwear.com – แท็กติกชาบี อลอนโซ เรอัลมาดริด ประวัติศาสตร์ของ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เก้าอี้กุนซือในซานติอาโก้ เบร์นาเบว คือหนึ่งในตำแหน่งที่กดดันที่สุดในโลกฟุตบอล เพราะคุณอาจถูกปลดได้เพียงแค่หลังความพ่ายแพ้หนึ่งนัดเท่านั้น

เมื่อชาบี อลอนโซ่กลับมาที่สโมสรในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวัง และผลงานช่วงแรกของเขาก็ยอดเยี่ยมมาก โดยเก็บชัยชนะได้เกือบทั้งหมดจาก 20 นัดแรกหลังรับตำแหน่ง ก่อนที่ผลงานจะเริ่มสะดุดในช่วงหลัง

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา การพ่ายแพ้ต่อบาร์เซโลน่า 3-2 ในศึกซูเปอร์โกปา เดอ เอสปันญา ทำให้อนาคตของเขาจบลงอย่างรวดเร็ว และสโมสรแต่งตั้งอัลบาโร อาร์เบลัว กุนซือทีมสำรองขึ้นมารับช่วงแทน

แม้เรอัลมาดริดจะตามหลังบาร์ซาเพียง 4 แต้มในลาลีกา และยังมีโอกาสเข้ารอบในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก แต่ความตึงเครียดในห้องแต่งตัว ผลงานที่ไม่สม่ำเสมอ และความไม่ลงตัวทางแท็กติกคือส่วนผสมที่ทำให้ “โปรเจ็กต์อลอนโซ่” ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ปัญหาเรื่องระบบและการบริหารทีม

อลอนโซ่เป็นกุนซือที่มีสไตล์ชัดเจน เขาเน้นระบบ เกมรุกที่เป็นแบบแผน และการควบคุมพื้นที่ในสนาม ซึ่งเคยทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นในฤดูกาลไร้พ่าย 2023-24 ในบุนเดสลีกา

อย่างไรก็ตามที่เรอัลมาดริด เขาแทบไม่ได้มีเวลาในการวางรากฐาน เพราะเข้ามารับงานช่วงซัมเมอร์และต้องนำทีมสู่ศึกฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพทันที โดยไม่มีช่วงปรีซีซั่นที่เพียงพอ

ความไม่มีเสถียรภาพของไลน์อัป

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ความไม่คงที่ของตัวผู้เล่น เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บของนักเตะหลายคนในแนวรับ เช่น:

  • อันโตนิโอ รือดิเกอร์

  • เอแดร์ มิลิเตา

  • ดานี่ การ์บาฆาล

  • ดาวิด อลาบา

  • เฟอร์ลองด์ เมนดี้

  • เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ช่วงยืม)

ทำให้อลอนโซ่ต้องเปลี่ยนผู้เล่นเฉลี่ย 3.1 คนต่อเกมในลาลีกา ซึ่งสะท้อนความไม่เสถียรของทีม และทำให้รูปแบบการเล่นไม่ต่อเนื่อง

แท็กติกที่ซับซ้อนเกินไปกับโครงสร้างทีม

อลอนโซ่พยายามนำระบบ 3-2-5 หรือ 3-box-3 มาปรับใช้ในเกมบิลด์อัป โดยมีออเรเลียง ชูอาเมนี่ ถอยลงมายืนเป็นกองหลังคนที่สามเพื่อสร้างความเหนือกว่าในแดนหลัง ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่เขาใช้ในบุนเดสลีกา

ระบบนี้มีไอเดียที่ดี แต่ในทางปฏิบัติ นักเตะมาดริดบางส่วนยังไม่เข้าถึงรายละเอียด เช่น:

  • ตำแหน่งของอาร์ด้า กูแลร์ที่ถูกปรับย้ายจากปีกขวามาเป็นมิดฟิลด์คุมจังหวะ ทำให้มีความเสี่ยงในเกมรับ

  • การเคลื่อนที่ของมิดฟิลด์ที่ชอบดันสูงจน ว่างพื้นที่ตรงกลาง

  • ความไม่สมดุลในเกมรุก โดยฝั่งซ้ายมีความอันตรายมากกว่า

ความไม่ลงตัวในเกมรุก

แม้มาดริดจะมีดาวดังอย่าง:

  • เอ็มบัปเป้ (ยิง 18 ลูกจาก 18 นัดลีก)

  • วินิซิอุส จูเนียร์

  • จู๊ด เบลลิงแฮม

  • เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้

แต่ระบบเกมรุกกลับไม่สมดุลอย่างชัดเจน เนื่องจากฝั่งซ้ายมีน้ำหนักมากเกินไป ทำให้คู่แข่งเดาทางได้ง่าย

แนวรุกฝั่งขวาที่สลับใช้งานระหว่าง:

  • โรดรีโก

  • บราฮิม ดิอาซ

  • บัลเบร์เด้

  • มาสตันตูโอโน

ไม่สามารถสร้างอิมแพคเท่าที่ควร ส่งผลให้ทีมพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวมากกว่าเกมเพลย์รวม

ปัญหาเกมรับและความเข้มข้นที่ตกลง

ในเกมที่ไม่มีบอล อลอนโซ่พยายามให้ทีมเพรสสูงและเล่นแบบทรานซิชันรุกเร็ว ซึ่งช่วงแรกก็เห็นผลดี เช่น มาดริดมีสถิติ:

บีบแย่งบอลในแดนสุดท้าย 5.4 ครั้งต่อ 90 นาที
มากที่สุดเป็นอันดับสองในลีก

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเข้มข้นเริ่มลดลง โดยเฉพาะคู่กองหน้าอย่าง:

  • เอ็มบัปเป้

  • วินิซิอุส

ที่เลือกยืนรอเพื่อเล่นสวนกลับ มากกว่าลงมายืนเพรส ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างแดนหน้าและแดนกลาง ส่งผลให้คู่แข่งเจาะได้ง่าย

Xabi Alonso

ปัจจัยที่อยู่นอกเหนือแท็กติก

สิ่งที่ทำให้อลอนโซ่ลำบากไม่ใช่แค่ในสนาม แต่ยังรวมถึง:

  • การเมืองในสโมสร

  • ความเห็นของบอร์ดบริหาร

  • ความสัมพันธ์กับผู้เล่น

  • ความคาดหวังของแฟนบอล

เรอัลมาดริดเป็นทีมที่ ผลลัพธ์คือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่ “กระบวนการ” ทำให้เวลาในการสร้างทีมมีจำกัดมาก

สรุป — โปรเจ็กต์ที่ดีแต่ไม่มีเวลา

ในมุมของตัวเลข เรอัลมาดริดยังคงผลิตโอกาสได้มากกว่าคู่แข่งต่อเกม และมี expected goals difference ที่สูงที่สุดในลีก ซึ่งบ่งบอกว่า “ระบบกำลังเดินหน้าไปในทางที่ดี”

แต่ในความเป็นจริง เวลา แรงกดดัน และผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไม่ได้ ทำให้ยุคของชาบี อลอนโซ่จบลงเร็วกว่าที่ควร

NYTIMES

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *